
“การฟังบรรยายนี้ช่วยให้คุณแม่เข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาสมองของน้องมากขึ้นเลยค่ะ ว่ามันสำคัญกับการเรียนและพฤติกรรมของน้องมาก ๆ ทำให้แม่เห็นภาพและเข้าใจการฝึกของที่ BrainFit มากขึ้นค่ะ”
คุณแม่น้องอายุ 4 ขวบ



ขาดสมาธิ เมื่อทำกิจกรรมหรืองานต่าง ๆ

ฟังคำสั่ง หรือคำแนะนำ ไม่ครบถ้วน

ทำงานหรือการบ้านช้า ทำไม่เสร็จ

หันเหความสนใจได้ง่าย และเสียสมาธิ

มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นขาดความอดทน

เล่นกับเพื่อนไม่เป็น แยกตัวออกจากกลุ่ม

มักลืมข้อมูลที่เพิ่งเรียนมา หรือขาดทักษะการจดจำ

มีปัญหาด้านการเรียนรู้ และการประมวลผลข้อมูล

พฤติกรรมหรืออาการที่เด็ก ๆ แสดงออกเหล่านี้
BrainFit สามารถช่วยพัฒนาให้เด็ก ๆ ดีขึ้นได้
เราแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ เห็นผลลัพธ์อย่างยั่งยืน
ที่ BrainFit เรามีโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบและผ่านการวิจัยจากนักประสาทวิทยาชั้นนำระดับโลก อิงหลักการฝึกสมองแบบ neuroscience-based เรามีประสบการณ์ในการช่วยพัฒนาเด็ก ๆ มาแล้วกว่า 20 ปี เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมองทั้ง 5 ด้าน ผ่านการฝึกฝนอย่างเป็นระบบ ทั้งการฝึกทางกายภาพที่ส่งเสริมความแข็งแรงของพัฒนาการทางร่างกาย (Physical Training) การฝึกทักษะทางสติปัญญาการคิด (Cognitive Training) และการฝึกทักษะทางอารมณ์ (Emotional Coaching) เพื่อช่วยให้เด็ก ๆ มีสมาธิและความสามารถในการเรียนรู้ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน


มาทำความเข้าใจถึงสาเหตุของอาการขาดสมาธิ และเรียนรู้การฝึกสมองอย่างถูกวิธี ที่สามารถช่วยเพิ่มพลังสมองของลูกให้มีความสามารถในการจดจ่อ เรียนรู้ไว และการจัดการอารมณ์เหมาะสม
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย!

เข้าใจที่มา อาการขาดสมาธิ
ของเด็ก ๆ และวิธีที่ BrainFit ช่วยได้

เรียนรู้หลักการฝึกสมองเด็ก
ตามหลักประสาทวิทยา (neuroscience-based)

เทคนิคการ เสริมสร้างสมาธิ และการเรียนรู้ในเด็ก

รับสิทธิ์ให้ลูก ทดลองเรียนฟรี

ส่วนลดเพิ่มเติม ในการประเมิน

โอกาสถามคำถามและปรึกษา
ผู้เชี่ยวชาญของเราโดยตรง


คุณนเรศ อินเทวัฒน์ ผู้บริหาร BrainFit® ประเทศไทย
และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาทักษะทางสมองที่ได้รับการยอมรับ มีประสบการณ์อันยาวนานกว่า 20 ปีในด้านการศึกษาและพัฒนาการสมอง มีประสบการณ์การทำงานร่วมกับนักประสาทวิทยาชั้นนำของโลก รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ อีกทั้งยังดูแลระบบการฝึกภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลายแห่งในประเทศไทยอีกด้วย
ด้วยความรู้และประสบการณ์เชิงลึกในด้านนี้ คุณนเรศมีความเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับการส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมให้กับเด็ก ๆ ซึ่งทำให้ผู้ปกครองสามารถไว้วางใจและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเข้าร่วมฟังบรรยายในครั้งนี้

“การฟังบรรยายนี้ช่วยให้คุณแม่เข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาสมองของน้องมากขึ้นเลยค่ะ ว่ามันสำคัญกับการเรียนและพฤติกรรมของน้องมาก ๆ ทำให้แม่เห็นภาพและเข้าใจการฝึกของที่ BrainFit มากขึ้นค่ะ”
คุณแม่น้องอายุ 4 ขวบ


“ผมชอบที่ผู้บรรยายแนะนำเกี่ยวกับหลักการทำงานของสมองและวิธีฝึกของที่นี่ครับ เป็นประโยชน์มาก เห็นบรรยายกาศการฝึกก่อนที่จะพาน้องเข้าไปทดลองเรียน”
คุณพ่อของน้องอายุ 7 ขวบ


“คุณนเรศให้คำแนะนำเกี่ยวกับพฤติกรรมของน้องที่คุณแม่กำลังสงสัยเกี่ยวกับอาการสมาธิสั้นได้เยอะมากค่ะ ทำให้แม่เข้าใจน้องมากขึ้น ที่นี่เข้าใจว่าเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน คุณนเรศให้ข้อมูลดีมากค่ะ”
คุณแม่น้องอายุ 13 ขวบ




สมาธิ ความจำดี และประมวลผลไวขึ้น

พัฒนาการด้านร่างกาย ภาษา อารมณ์ดีขึ้น

เด็กมีทักษะการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

BrainFit ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2001 มีสาขากว่า 6 ประเทศทั่วโลก และมีนักเรียนฝึกในระบบมากกว่า 4,000 คน
เราเป็นผู้นำด้านการพัฒนาทักษะสมองและการเรียนรู้สำหรับเด็กอายุ 3-18 ปี เพื่อให้เด็กมีสมาธิ พัฒนาการทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

โปรแกรมการฝึกของเรามีการวิจัยและศึกษามากว่า 40 ปี ปฏิบัติจริงมาแล้วว่า 25 ปี และยังคงได้รับการพัฒนาและศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง

BrainFit ออกแบบกระบวนการของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านหลักการ 4T ได้แก่ Test, Tailor, Train, และ Track เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะที่ครอบคลุมและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ




STEP 1: TEST

การประเมินทักษะก่อนเรียน แสดงถึงภาพรวมของความสามารถและทักษะสมองทั้ง 5 ด้าน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกถึงจุดแข็งและจุดอ่อน ของทักษะสมองแต่ละด้านของนักเรียน ผู้ปกครองจะได้รับคำปรึกษาและคำแนะนำแบบรายบุคคล นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะอย่างตรงจุดผ่านคอร์สเรียนที่เหมาะสม

STEP 2: TAILOR

หลังการประเมิน นักเรียนจะได้รับการออกแบบคอร์สเรียนที่เหมาะสมกับพื้นฐาน ปรับระดับความยาก – ง่ายให้เข้ากับรายบุคคล

STEP 3: TRAIN
เด็ก ๆ จะได้รับการฝึกที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาอย่างตรงจุด

ฝึกทักษะร่างกาย
(Physical Training)

ที่ BrainFit มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ เช่น การควบคุมท่าทาง ความรวดเร็ว การประสานงานของร่างกาย และการวางแผนการเคลื่อนไหว ด้วยการฝึกนี้ สมองจะได้รับการกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสมองและร่างกาย ส่งผลให้เด็กมีความสามารถในการควบคุมร่างกาย และโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น เช่น การนั่งเรียน การเขียน การเล่นกีฬา ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

ฝึกทักษะทางปัญญาการคิด
(Cognitive Training)

การฝึกการรับรู้ทางสติปัญญาของ BrainFit มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดและการประมวลผลข้อมูลในสมอง เช่น ความจำ ความเร็วในการประมวลผล การแก้ปัญหา และการคิดเชิงตรรกะ การฝึกนี้ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับรู้และการเข้าใจข้อมูล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ในห้องเรียนและในชีวิตประจำวัน การฝึกการรับรู้ทำให้เด็กสามารถโฟกัส จัดการกับข้อมูลที่ซับซ้อน และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฝึกทักษะด้านอารมณ์
(Emotional Coaching)

การโค้ชด้านอารมณ์ของ BrainFit มุ่งเน้นการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งรวมถึงการเข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเอง การคิดแบบเจริญงอกงาม และการสร้างความมั่นใจในตนเอง การฝึกนี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีรับมือกับอารมณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ส่งเสริมความสามารถในการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายในการเรียนรู้และในชีวิตประจำวัน
STEP 4: TRACK
คุณครูจะพูดคุยกับผู้ปกครองเกี่ยวกับพัฒนาการและทักษะด้านต่าง ๆ เมื่อครบตามกำหนดระยะเวลาของการฝึก

จากประสบการณ์ในการพัฒนาทักษะสมองและศักยภาพให้แก่เด็ก ๆ ที่ BrainFit ทำมาต่อเนื่องกว่า 20 ปี ผ่านการฝึกสมองแบบ Whole Brain Training หรือการฝึกสมองทั้ง 5 ด้านพร้อม ๆ กัน จะช่วยให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้ที่ประสิทธิภาพและยั่งยืน ผลลัพธ์นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ซึ่งครอบคลุม 8 ทักษะพื้นฐาน ได้แก่ ความไว ความจำ สมาธิการจดจ่อ การคิดอย่างเป็นเหตุผล การคิดเชิงวิชาการ การทำงานประสานกันของร่างกาย อารมณ์การเข้าสังคม ความตั้งใจและพยายาม

ความคิดเห็นที่ 1
“หลังฝึกน้องมีสมาธิจดจ่อ มีความพยายาม มีเหตุผล ยอมรับความผิดพลาด รอคอยได้ดีขึ้น แนะนำค่ะ”
คุณแม่ของน้องเบนจามิน / เด็กอายุ 8 ปี

ความคิดเห็นที่ 2
“การพัฒนาสมองต้องใช้เวลาและการฝึกฝนจากสถาบันที่ดี น้องลายมือสวยขึ้นมาก ๆ เลยค่ะ นั่งอ่านหนังสือ ทำการบ้านได้นาน เริ่มจำได้มากขึ้น”
คุณแม่ของน้องเบสท์ / เด็กอายุ 10 ปี

ความคิดเห็นที่ 3
หลังจากฝึก น้องฟังคำสั่งได้ดีขึ้น ความจำดีขึ้น เข้าใจเรื่องเรียนมากขึ้น จนคุณครูชมและแปลกใจ มีสมาธิในการอ่านและการเรียนเพิ่มขึ้น”
คุณพ่อน้องวายุ / เด็กอายุ 9 ปี

ความคิดเห็นที่ 4
ก่อนฝึก: กล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ยังไม่ค่อยแข็งแรง ขาดสมาธิจดจ่อ และการรอคอยยังไม่ค่อยดี ความมั่นใจในกิจกรรมต่าง ๆ ยังไม่ค่อยมั่นใจ
หลังฝึก: กล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กิจกรรมปีนป่ายที่ไม่เคยทำได้ ก็ทำได้คล่องขึ้น สมาธิจดจ่อดีขึ้น การรอคอยทำได้มากขึ้น รู้จักกติกามากขึ้น ความมั่นใจมากขึ้น ไม่ถามซ้ำ ๆ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ
อื่น ๆ: การสร้างทักษะในการเรียนรู้ เพราะสมาธิต้องใช้ทักษะหลายด้านให้เกิดการพัฒนาควบคู่กันไป BrainFit เป็นสถาบันที่ตอบโจทย์นี้ เพราะมีกิจกรรมแบบฝึกหัดและการเรียนที่จะฝึกทักษะและพัฒนาสมองในทุก ๆ ด้าน โดยควบคู่กับการเอาใจใส่และดูแลของผู้ปกครองร่วมด้วย
คุณแม่ของน้องอายุ 6 ขวบ

ชั้น 2 ห้อง 5 อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์
สุขุมวิทซอย 2, กรุงเทพมหานคร 10110

Line: @brainfit_th
Copyright © 2024 BrainFit Thailand. All rights reserved.