ขาดสมาธิ เมื่อทำกิจกรรมหรืองานต่าง ๆ

ฟังคำสั่ง หรือคำแนะนำ ไม่ครบถ้วน

ทำงานหรือการบ้านช้า ทำไม่เสร็จ

หันเหความสนใจได้ง่าย และเสียสมาธิ

มีพฤติกรรมหุนหันพลันแล่นขาดความอดทน

เล่นกับเพื่อนไม่เป็น แยกตัวออกจากกลุ่ม

มักลืมข้อมูลที่เพิ่งเรียนมา หรือขาดทักษะการจดจำ

มีปัญหาด้านการเรียนรู้ และการประมวลผลข้อมูล

พฤติกรรมหรืออาการที่เด็ก ๆ แสดงออกเหล่านี้

BrainFit สามารถช่วยพัฒนาให้เด็ก ๆ ดีขึ้นได้

เราแก้ไขปัญหาที่ต้นตอ เห็นผลลัพธ์อย่างยั่งยืน

เข้าใจที่มา อาการขาดสมาธิ

ของเด็ก ๆ และวิธีที่ BrainFit ช่วยได้

เรียนรู้หลักการฝึกสมองเด็ก

ตามหลักประสาทวิทยา (neuroscience-based)

เทคนิคการ เสริมสร้างสมาธิ และการเรียนรู้ในเด็ก

รับสิทธิ์ให้ลูก ทดลองเรียนฟรี

ส่วนลดเพิ่มเติม ในการประเมิน

โอกาสถามคำถามและปรึกษา

ผู้เชี่ยวชาญของเราโดยตรง

ชื่อ – นามสกุล
ชื่อ – นามสกุล

สมาธิ ความจำดี และประมวลผลไวขึ้น

พัฒนาการด้านร่างกาย ภาษา อารมณ์ดีขึ้น

เด็กมีทักษะการเรียนรู้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

เรามุ่งมั่นและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

BrainFit ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2001 มีสาขากว่า 6 ประเทศทั่วโลก และมีนักเรียนฝึกในระบบมากกว่า 4,000 คน

เราเป็นผู้นำด้านการพัฒนาทักษะสมองและการเรียนรู้สำหรับเด็กอายุ 3-18 ปี เพื่อให้เด็กมีสมาธิ พัฒนาการทางสมองและความสามารถในการเรียนรู้ดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

BrainFit ออกแบบกระบวนการของหลักสูตรอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านหลักการ 4T ได้แก่ Test, Tailor, Train, และ Track เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาทักษะที่ครอบคลุมและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประเมินทักษะก่อนเรียน แสดงถึงภาพรวมของความสามารถและทักษะสมองทั้ง 5 ด้าน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกถึงจุดแข็งและจุดอ่อน ของทักษะสมองแต่ละด้านของนักเรียน ผู้ปกครองจะได้รับคำปรึกษาและคำแนะนำแบบรายบุคคล นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะอย่างตรงจุดผ่านคอร์สเรียนที่เหมาะสม

หลังการประเมิน นักเรียนจะได้รับการออกแบบคอร์สเรียนที่เหมาะสมกับพื้นฐาน ปรับระดับความยาก – ง่ายให้เข้ากับรายบุคคล

เด็ก ๆ จะได้รับการฝึกที่มีประสิทธิภาพ และพัฒนาอย่างตรงจุด

ฝึกทักษะร่างกาย

(Physical Training)

ที่ BrainFit มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ เช่น การควบคุมท่าทาง ความรวดเร็ว การประสานงานของร่างกาย และการวางแผนการเคลื่อนไหว ด้วยการฝึกนี้ สมองจะได้รับการกระตุ้นให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างสมองและร่างกาย ส่งผลให้เด็กมีความสามารถในการควบคุมร่างกาย และโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น เช่น การนั่งเรียน การเขียน การเล่นกีฬา ล้วนแล้วแต่เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ

ฝึกทักษะทางปัญญาการคิด

(Cognitive Training)

การฝึกการรับรู้ทางสติปัญญาของ BrainFit มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดและการประมวลผลข้อมูลในสมอง เช่น ความจำ ความเร็วในการประมวลผล การแก้ปัญหา และการคิดเชิงตรรกะ การฝึกนี้ช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับรู้และการเข้าใจข้อมูล ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ในห้องเรียนและในชีวิตประจำวัน การฝึกการรับรู้ทำให้เด็กสามารถโฟกัส จัดการกับข้อมูลที่ซับซ้อน และตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฝึกทักษะด้านอารมณ์

(Emotional Coaching)

การโค้ชด้านอารมณ์ของ BrainFit มุ่งเน้นการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งรวมถึงการเข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเอง การคิดแบบเจริญงอกงาม และการสร้างความมั่นใจในตนเอง การฝึกนี้ช่วยให้เด็กเรียนรู้วิธีรับมือกับอารมณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ส่งเสริมความสามารถในการสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีความพร้อมในการเผชิญกับความท้าทายในการเรียนรู้และในชีวิตประจำวัน

คุณครูจะพูดคุยกับผู้ปกครองเกี่ยวกับพัฒนาการและทักษะด้านต่าง ๆ เมื่อครบตามกำหนดระยะเวลาของการฝึก

BrainFit พัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เห็นผลยั่งยืน

จากประสบการณ์ในการพัฒนาทักษะสมองและศักยภาพให้แก่เด็ก ๆ ที่ BrainFit ทำมาต่อเนื่องกว่า 20 ปี ผ่านการฝึกสมองแบบ Whole Brain Training หรือการฝึกสมองทั้ง 5 ด้านพร้อม ๆ กัน จะช่วยให้เด็ก ๆ เกิดการเรียนรู้ที่ประสิทธิภาพและยั่งยืน ผลลัพธ์นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

ซึ่งครอบคลุม 8 ทักษะพื้นฐาน ได้แก่ ความไว ความจำ สมาธิการจดจ่อ การคิดอย่างเป็นเหตุผล การคิดเชิงวิชาการ การทำงานประสานกันของร่างกาย อารมณ์การเข้าสังคม ความตั้งใจและพยายาม

ชื่อ – นามสกุล
ชื่อ – นามสกุล